external-popup-close

คุณกำลังออกจากเว็บไซต์ ทีทีบี
เพื่อเข้าสู่

https://www.ttbbank.com/

ตกลง

แนะวิธีการคิดดอกเบี้ยเงินกู้ วางแผนง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

#fintips #เคล็ดลับการเงิน #สำรองฉุกเฉิน #วิธีคิดดอกเบี้ยเงินกู้
3 ก.ค. 2569

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมยอดหนี้ของคุณถึงไม่ลดลงสักที ทั้ง ๆ ที่ผ่อนชำระมาหลายงวดแล้ว? หรือเคยรู้สึกสับสนกับตัวเลขดอกเบี้ยที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด? ถ้าเคย ขอบอกว่าไม่ใช่แค่คุณคนเดียว เพราะจากสถิติพบว่า 7 ใน 10 คนไม่เข้าใจวิธีการคิดดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งความไม่เข้าใจนี้อาจส่งผลต่อการวางแผนและตัดสินใจทางการเงินในระยะยาวได้

ไม่ต้องกังวล! เพราะวันนี้ fin tips by ttb จะพาคุณไปทำความเข้าใจวิธีการคิดดอกเบี้ยเงินกู้ ทั้งดอกเบี้ยคงที่และดอกเบี้ยลดต้นลดดอก ด้วยวิธีง่าย ๆ ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเองกัน ในบทความนี้เลย!


ดอกเบี้ยเงินกู้มีกี่ประเภท

ก่อนที่เราจะสมัครสินเชื่อและเข้าใจถึงวิธีการคิดดอกเบี้ยเงินกู้นั้น เรามาทำความเข้าใจกับประเภทของดอกเบี้ยกันก่อน โดยทั่วไปแล้ว ดอกเบี้ยเงินกู้มี 2 ประเภทหลัก ดังนี้

1. ดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate)

ดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) คืออัตราดอกเบี้ยที่ไม่เปลี่ยนแปลงตลอดระยะเวลาการกู้ยืม ไม่ว่าสภาวะเศรษฐกิจหรืออัตราดอกเบี้ยตลาดจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร อัตราดอกเบี้ยที่เราตกลงไว้ตอนแรกจะยังคงเหมือนเดิม สามารถคำนวณดอกเบี้ยที่ต้องชำระในแต่ละงวดได้ไม่ซับซ้อน ซึ่งจะทำให้เราสามารถคาดการณ์ค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระได้อย่างแม่นยำในแต่ละเดือน

2. ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate)

ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate) คือวิธีการคิดดอกเบี้ยที่คำนวณจากเงินต้นที่เหลืออยู่ในแต่ละงวด ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายจะลดลงตามจำนวนเงินต้นที่ลดลงไป สำหรับดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกนั้น มักจะทำให้คุณจ่ายดอกเบี้ยรวมที่น้อยกว่าการคิดแบบดอกเบี้ยคงที่ เนื่องจากดอกเบี้ยจะคำนวณจากยอดเงินต้นที่ลดลงทุกเดือน ๆ ส่วนมากจะใช้กับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือสินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์บ้าน คอนโด เป็นต้น


วิธีคิดดอกเบี้ยแต่ละประเภท

ดอกเบี้ยแต่ละแบบมีวิธีคำนวณไม่เหมือนกัน และส่งผลต่อยอดผ่อนในแต่ละเดือนรวมถึงดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมด fin tips ttb จึงมีวิธีคิดของดอกเบี้ยแต่ละประเภทมาฝากกัน ดังนี้

วิธีคิดดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate)

ทำความรู้จักกับดอกเบี้ยคงที่ไปแล้ว สำหรับสูตรการคำนวณดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) สามารถคิดได้จากสูตร ดังนี้

  1. เงินต้น x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x ระยะเวลา (ปี) = ดอกเบี้ยที่ต้องชำระทั้งหมด
  2. (เงินต้น + ดอกเบี้ยที่ต้องชำระทั้งหมด) ÷ จำนวนงวดที่ต้องผ่อนชำระทั้งหมด = จำนวนเงินที่ต้องชำระในแต่ละงวด

ตัวอย่างเช่น หากเราสมัครสินเชื่อจำนวน 100,000 บาท โดยมีอัตราดอกเบี้ย 15% ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี จะสามารถคำนวณได้จากสูตร ดังนี้

100,000 x 15% x 2 = ดอกเบี้ยที่ต้องชำระทั้งหมด 30,000 บาท

จากผลลัพธ์ที่ได้มานั้น คือจำนวนดอกเบี้ยทั้งหมดที่เราต้องจ่ายเพียงเท่านั้น หากต้องการจะทราบว่า แล้วจำนวนเงินที่เราต้องชำระในแต่ละงวดที่รวมทั้งเงินต้น และดอกเบี้ยแล้ว จะต้องเสียเท่าไหร่บ้าง ก็สามารถคำนวณได้ โดยอ้างอิงจากสถานการณ์ด้านบน ดังนี้

  • เงินต้น 100,000 บาท
  • ดอกเบี้ยที่ต้องชำระทั้งหมด 30,000 บาท
  • จำนวนงวดที่ต้องผ่อนชำระทั้งหมด 2 ปี หรือ 24 งวด

จากนั้นให้นำมาคำนวณตามสูตรหาจำนวนเงินที่ต้องชำระในแต่ละงวด จะได้ดังนี้

(100,000 + 30,000) / 24 = 5,416.66 บาท

ดังนั้น จำนวนเงินที่ต้องชำระในแต่ละงวด คือ 5,416.66 บาท เป็นระยะเวลาทั้งหมด 24 เดือน

วิธีคิดดอกเบี้ยคงที่


วิธีคิดดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate)

ก่อนจะเริ่มคำนวณดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกนั้น จำเป็นต้องทำความเข้าใจเยอะมาก เนื่องจากเป็นวิธีการคิดที่ค่อนข้างซับซ้อน และต้องนำเงินคงเหลือในแต่ละเดือนมาคำนวณในทุก ๆ งวด ทั้งนี้ สามารถคำนวณได้จาก 3 สูตร ดังนี้

  1. (เงินต้นคงเหลือ x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x จำนวนวันในงวด) ÷ จำนวนวันใน 1 ปี = ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในงวดนั้น
  2. จำนวนเงินที่ต้องจ่ายในงวดนั้น - ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในงวดนั้น = เงินต้นลดลง
  3. เงินต้น (เงินต้นคงเงินจากงวดก่อน) - เงินต้นลดลง = เงินต้นคงเหลือ (เพื่อคำนวณดอกเบี้ยงวดถัดไป)

ตัวอย่างเช่น คุณกู้สินเชื่อไปในวงเงิน 100,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ย 15% ต่อปี ผ่อนชำระ 12 งวด จะต้องมียอดผ่อนชำระต่อเดือน = 9,026 บาท (คำนวณโดยใช้สูตรทางการเงิน) จากนั้นสามารถคำนวณดอกเบี้ยได้ ดังนี้

เดือนที่ 1 (เดือนมกราคม)

  • ดอกเบี้ย = (100,000 × 15% × 31) / 365 = 1,273.97 บาท
  • เงินต้นลดลง = 9,026 - 1,273.97 = 7,752.03 บาท
  • เงินต้นคงเหลือ = 100,000 - 7,752.03 = 92,247.97 บาท

เดือนที่ 2 (กุมภาพันธ์)

  • ดอกเบี้ย = (92,247.97 × 15% × 28) / 365 = 1,061.48 บาท
  • เงินต้นลดลง = 9,026 - 1,061.48 = 7,964.52 บาท
  • เงินต้นคงเหลือ = 92,247.97 - 7,964.52 = 84,283.45 บาท

และทำเช่นนี้ต่อไปจนครบ 12 เดือน

ตารางผ่อนชำระแบบลดต้นลดดอก (เริ่มมกราคม - ธันวาคม)

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น fin tips by ttb ได้จัดทำตารางจำลองการผ่อนชำระ 12 งวด โดยเริ่มต้นงวดแรกในเดือนมกราคมมาฝากกัน ดังนี้

งวดที่ เดือน (วัน) เงินต้นที่ยกมา ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย
ในงวดนั้น
เงินต้นลดลง เงินต้นคงเหลือ
1 ม.ค. (31) 100,000.00 1,273.97 7,752.03 92,247.97
2 ก.พ. (28) 92,247.97 1,061.48 7,964.52 84,283.45
3 มี.ค. (31) 84,283.45 1,073.74 7,952.26 76,331.19
4 เม.ย. (30) 76,331.19 941.07 8,084.93 68,246.26
5 พ.ค. (31) 68,246.26 869.45 8,156.55 60,089.71
6 มิ.ย. (30) 60,089.71 740.83 8,285.17 51,804.54
7 ก.ค. (31) 51,804.54 660.00 8,366.00 43,438.54
8 ส.ค. (31) 43,438.54 553.40 8,472.60 34,965.94
9 ก.ย. (30) 34,965.94 431.09 8,594.91 26,371.03
10 ต.ค. (31) 26,371.03 335.97 8,690.03 17,681.00
11 พ.ย. (30) 17,681.00 217.98 8,808.02 8,872.98
12 ธ.ค. (31) 8,872.98 113.05 8,872.98 0.00*
รวม     8,302.03 100,000.00  


ดอกเบี้ยคงที่และดอกเบี้ยลดต้นลดดอก ต่างกันยังไง

ดอกเบี้ยคงที่และดอกเบี้ยลดต้นลดดอก มีวิธีคิดและภาระดอกเบี้ยที่ต่างกันอย่างชัดเจน โดยจะแตกต่างกัน ดังนี้

ประเด็นเปรียบเทียบ ดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก
(Effective Rate)
วิธีการคิดดอกเบี้ย คำนวณดอกเบี้ยจากเงินต้นก้อนแรกตลอดอายุสัญญา แม้เงินต้นจะลดลงแล้ว คำนวณดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือในแต่ละงวด เงินต้นลด ดอกเบี้ยก็ลดตาม
ยอดผ่อนชำระในแต่ละงวด ยอดผ่อนเท่ากันทุกงวด วางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่าย ยอดผ่อนอาจลดลงเรื่อย ๆ หรือในช่วงหลังจะผ่อนถูกลง เพราะดอกเบี้ยลด
ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา โดยรวมมักสูงกว่า เมื่อเทียบกับระยะเวลาและอัตราดอกเบี้ยเดียวกัน โดยรวมมักต่ำกว่า เพราะคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นที่ลดลงจริง
เหมาะกับใครบ้าง เหมาะกับผู้ที่ต้องการความแน่นอนของยอดผ่อนในแต่ละเดือน เหมาะกับผู้ที่มีแผนปิดหนี้เร็ว หรือสามารถโปะหนี้ได้เป็นระยะ
ลักษณะการใช้งาน สินเชื่อผ่อนสินค้า สินเชื่อส่วนบุคคลบางประเภท สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถแลกเงิน หรือการปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงิน

ดอกเบี้ยคงที่และดอกเบี้ยลดต้นลดดอกต่างกันยังไง


สรุปบทความ

สำหรับผู้ที่ตัดสินใจจะยื่นกู้สินเชื่อ การเข้าใจถึงวิธีการคิดดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งแบบดอกเบี้ยคงที่และดอกเบี้ยลดต้นลดดอก จะช่วยให้เราสามารถเปรียบเทียบและเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมกับความต้องการของเราได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการวางแผนการเงินที่ดีไม่ได้หมายถึงแค่การเลือกสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยต่ำที่สุดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของตัวเองด้วย

ทีทีบีเข้าใจถึงความสำคัญของการคิดดอกเบี้ยเงินกู้ที่เหมาะสม เราจึงมีทั้งสินเชื่อแบบดอกเบี้ยคงที่และดอกเบี้ยลดต้นลดดอก ให้คุณเลือกตามความเหมาะสมกับสถานะทางการเงินของคุณ หากสนใจหรือกำลังมองหาแหล่งขอกู้เงินด่วน แบบถูกกฎหมาย ทีทีบี มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์คุณ ทั้งสินเชื่อส่วนบุคคล แคชทูโก และบัตรกดเงินสด ทีทีบี แฟลช ที่อนุมัติไว โดยสามารถสมัครได้ผ่าน 3 ช่องทาง ดังนี้ เว็บไซต์ ttb แอป ttb touch หรือ สาขา ttb ที่ท่านสะดวกได้ทั่วประเทศ พร้อมช่วยรับมือกับค่าใช้จ่ายฉุกเฉินได้ทันที จัดการทุกปัญหาทางการเงินที่ไม่คาดฝันให้คุณได้

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
สินเชื่อส่วนบุคคล แคชทูโก อัตราดอกเบี้ย 13.99 - 25% ต่อปี
บัตรกดเงินสด ทีทีบี แฟลช อัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปี
*เงื่อนไขการพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ttbbank.com


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ดอกเบี้ยลดต้นลดดอกคำนวณยากไหม?

ไม่ยากอย่างที่คิด เพราะธนาคารหรือสถาบันการเงินจะคำนวณค่างวดให้เรียบร้อยอยู่แล้ว ผู้กู้เพียงแค่รู้ว่า ดอกเบี้ยจะถูกคิดจากเงินต้นที่เหลืออยู่ในแต่ละงวด ยิ่งผ่อนนาน เงินต้นลดลง ดอกเบี้ยที่จ่ายในงวดถัดไปก็จะลดลงตาม

ทำไมดอกเบี้ยคงที่ดูน้อยกว่า แต่จ่ายจริงแพงกว่า?

ดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) คำนวณจากเงินต้นเต็มจำนวนตลอดสัญญา แม้เงินต้นจะลดลงแล้วก็ตาม ทำให้อัตราดอกเบี้ยที่เห็นดูต่ำ แต่เมื่อรวมยอดดอกเบี้ยทั้งหมดที่ต้องจ่ายตลอดสัญญา มักจะสูงกว่าดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate)

ถ้าจ่ายค่างวดเกินแต่ละเดือน ดอกเบี้ยจะลดไหม?

กรณีดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate) หากเงินส่วนเกินถูกนำไปตัดเงินต้น ดอกเบี้ยในงวดถัดไปจะลดลงทันที แต่ถ้าเป็นดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) ต่อให้จ่ายเกิน ดอกเบี้ยมักไม่ลดลงมากนัก เพราะยังคำนวณจากเงินต้นเริ่มต้น

ดอกเบี้ยรายปีแปลงเป็นรายเดือนอย่างไร?

โดยทั่วไปจะนำอัตราดอกเบี้ยต่อปีมาหารด้วย 12 เพื่อหาดอกเบี้ยต่อเดือน เช่น ดอกเบี้ย 15% ต่อปี เท่ากับประมาณ 1.25% ต่อเดือน อย่างไรก็ตาม วิธีคำนวณจริงอาจแตกต่างกันตามเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน

วิธีเช็กดอกเบี้ยจริงที่จ่ายรวมตลอดสัญญา?

ดูจาก “ยอดชำระรวมตลอดสัญญา” จากตารางผ่อนชำระ แล้วนำไปลบกับเงินต้นที่กู้มา ผลต่างที่ได้คือดอกเบี้ยทั้งหมดที่ต้องจ่าย วิธีนี้ช่วยให้เห็นภาพชัดว่าดอกเบี้ยแบบไหนคุ้มกว่ากันในระยะยาว

ขอบคุณข้อมูลจาก

  • https://www.bot.or.th/th/satang-story/rights-responsibility/effectiverate.html
  • https://www.bot.or.th/th/satang-story/rights-responsibility/flat-effective.html
บทความโดย :fintips by ttb