หัวข้อน่าสนใจ
- รู้จักน้ำท่วมฉับพลันเกิดขึ้นได้อย่างไร และพื้นที่ใดที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
- วิธีเตรียมตัวให้พร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน เพื่อลดความเสียหายให้มากที่สุด
- ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันอย่างใกล้ชิด
- เตรียมยกของหรือทรัพย์สินที่สำคัญขึ้นที่สูง
- ตรวจสอบระบบไฟฟ้า และเตรียมตัดไฟเมื่อเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
- เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อมใช้งาน
- วางแผนรับมือเหตุฉุกเฉินสำหรับสมาชิกในครอบครัว
- ลดภาระค่าใช้จ่ายหลังเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันด้วยประกันภัย
- สรุป
ในช่วงฤดูฝนการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอาจทำให้หลายพื้นที่มีความเสี่ยงต่ออุทกภัยมากขึ้น แม้บางเหตุการณ์จะสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ แต่ก็มีบางสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเจ้าของบ้านแทบไม่มีเวลาเตรียมตัว การเรียนรู้วิธีป้องกันและวางแผนรับมือจึงเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการลดความเสียหาย ทั้งต่อบ้าน ทรัพย์สิน และค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา โดยเฉพาะความเสี่ยงจาก "น้ำท่วมฉับพลัน" ที่เกิดขึ้นได้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย
รู้จักน้ำท่วมฉับพลันเกิดขึ้นได้อย่างไร? และพื้นที่ใดที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน?
น้ำท่วมฉับพลัน (Flash Flood) คือ สถานการณ์ที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังฝนตกหนัก โดยพื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน ได้แก่ พื้นที่ราบต่ำ, อยู่ใกล้ลุ่มแม่น้ำ หรือใกล้ภูเขา ซึ่งน้ำท่วมฉับพลันไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ดังกล่าวเท่านั้น เพราะแม้แต่พื้นที่ในเมืองใหญ่ก็อาจได้รับผลกระทบเช่นกัน อันเนื่องมาจากฝนตกหนักและน้ำระบายไม่ทัน
ความเสียหายจากน้ำท่วมฉับพลันที่พบบ่อย
- ความเสียหายต่อโครงสร้างของบ้านที่อยู่อาศัย
- เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน
- ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและทำความสะอาดบ้าน
- ความเสี่ยงจากไฟฟ้ารั่วและอุบัติเหตุภายในบ้าน
- ความเสียหายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของสมาชิกในครอบครัว
แม้เราจะไม่สามารถควบคุมสภาพอากาศหรือป้องกันน้ำท่วมฉับพลันได้ทั้งหมด แต่ก็สามารถลดโอกาสเกิดความเสียหายและเพิ่มความปลอดภัยให้กับบ้านได้ด้วยการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า
เตรียมตัวอย่างไรให้พร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน เพื่อลดความเสียหายให้มากที่สุด?
1. ติดตามข่าวสารสถานการณ์ และประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันอย่างใกล้ชิด

การรับรู้สถานการณ์ล่วงหน้าช่วยให้มีเวลาเตรียมตัวสำหรับน้ำท่วมฉับพลันมากขึ้น ควรติดตามพยากรณ์อากาศ ข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประกาศแจ้งเตือนภัยในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เช่น
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ)
- คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ สำหรับติดตามสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ
- กรมทรัพยากรน้ำ เช็กรายงานการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำ 24 ชั่วโมง
- เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ติดตามข้อมูลพื้นที่เสี่ยงและสถานการณ์น้ำท่วม เส้นทางน้ำท่วม ผ่านภาพถ่ายดาวเทียม
- กรมอุตุนิยมวิทยาตรวจสอบพยากรณ์อากาศล่วงหน้า
- ข่าวสารจากช่องสื่อต่าง ๆ เช่น สำนักข่าวต่าง ๆ, Social Media, สื่อจากหน่วยงานท้องถิ่น
2. เตรียมยกของหรือทรัพย์สินที่สำคัญขึ้นที่สูง

หากมีประกาศเตือนภัยคาดการณ์ว่าพื้นที่ที่เราอยู่อาศัย มีความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน ควรวางแผนขนย้ายทรัพย์สินที่สำคัญขึ้นไปเก็บในบริเวณที่สูง และปลอดภัยตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม โดยเฉพาะทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงหรือได้รับความเสียหายจากน้ำได้ง่าย เช่น
- เอกสารสำคัญต่าง ๆ เช่น ทะเบียนบ้าน โฉนดที่ดิน และกรมธรรม์ประกันภัย
- เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในบ้าน เช่น ตู้เย็น, ทีวี, เครื่องซักผ้า
- คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
- เฟอร์นิเจอร์ที่อาจเสียหายจากความชื้น
- ของมีค่าทรัพย์สิน เงิน ทอง
- ยานพาหนะรถยนต์
การขนย้ายของไปยังพื้นที่สูง หรือพื้นที่ปลอดภัย จะช่วยลดความเสียหาย และลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือซื้อใหม่หลังจากผ่านเหตุการณ์น้ำท่วม
3. ตรวจสอบระบบไฟฟ้า และเตรียมตัดไฟเมื่อเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

หากเกิดน้ำท่วมฉับพลันจนระดับน้ำเริ่มสูงขึ้น อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อไฟฟ้ารั่ว ไฟฟ้าช็อต หรืออุบัติเหตุร้ายแรงภายในบ้านได้ ควรตรวจสอบสภาพระบบไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน รวมถึงการใช้งานของตู้ควบคุมไฟฟ้า หรือเบรกเกอร์หลักภายในบ้าน เพื่อให้สามารถตัดกระแสไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
- ปลั๊กไฟ สวิตช์ไฟ และสายไฟที่ชำรุดหรือเสื่อมสภาพ
- ตู้ควบคุมไฟฟ้าและเบรกเกอร์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
- เครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ในจุดเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วม
- ระบบสายดินและอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้ารั่วภายในบ้าน
หากมีการประกาศเตือนภัยและคาดการณ์ว่าน้ำอาจเข้าท่วมพื้นที่ ควรเฝ้าระวัง และเตรียมตัดกระแสไฟฟ้าก่อนที่น้ำจะเข้าสู่ตัวบ้าน เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากไฟฟ้าลัดวงจรได้อีกด้วย.
4. เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อมใช้งาน

แม้จะมีการป้องกันและเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดีแล้ว แต่สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันอาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วจนเราไม่ทันได้ตั้งตัว การเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อุปกรณ์ฉุกเฉินที่ควรมีติดบ้าน และจัดเตรียมไว้รับมือสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ได้แก่
5. วางแผนรับมือเหตุฉุกเฉินสำหรับสมาชิกในครอบครัว

เมื่อเกิดน้ำท่วมฉับพลัน การมีแผนรับมือที่ชัดเจนและสื่อสารให้สมาชิกในครอบครัวรับทราบล่วงหน้า จะช่วยลดความสับสน และเพิ่มความปลอดภัยให้กับทุกคนในบ้านได้ โดยสิ่งที่ควรวางแผนล่วงหน้า ได้แก่
นอกจากนี้ ควรกำหนดผู้รับผิดชอบในแต่ละหน้าที่ เช่น ผู้ดูแลเอกสารสำคัญ ผู้ดูแลเด็กหรือผู้สูงอายุ และผู้ประสานงานติดต่อญาติ เพื่อให้การอพยพและการช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เมื่อทุกคนรู้หน้าที่ของตนเอง ก็จะสามารถรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันได้ดีมากยิ่งขึ้น
6. ลดภาระค่าใช้จ่ายหลังเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันด้วยประกันภัย

แม้จะเตรียมตัวอย่างดี แต่ภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วมฉับพลัน อาจสร้างภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมากที่คาดไม่ถึง ทั้งค่าซ่อมแซมบ้าน เฟอร์นิเจอร์ และทรัพย์สินภายในบ้าน
ดังนั้น นอกจากการเตรียมพร้อมรับมือแล้ว การวางแผนความคุ้มครองบ้านล่วงหน้าจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้เจ้าของบ้าน โดยสามารถเลือกความคุ้มครองให้เหมาะกับลักษณะที่อยู่อาศัยและงบประมาณของตนเองได้
สำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองบ้านแบบครอบคลุม ขอแนะนำ ประกันบ้าน ทีทีบี โฮม การ์ด
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลทั้งตัวบ้าน รวมถึงเฟอร์นิเจอร์และทรัพย์สินภายในบ้าน จากภัยธรรมชาติ อาทิ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ลมพายุ ไฟไหม้ ฟ้าผ่า เป็นต้น โดยสามารถเลือกวงเงินความคุ้มครองได้ตามความต้องการ อีกทั้งเลือกซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ เช่น คุ้มครอง EV Charger Solar Cell โจรกรรม เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีบริการพิเศษ ช่วยเหลือฉุกเฉินภายในบ้าน (Emergency Home Assistance) และ ค่าเช่าที่พักอาศัยชั่วคราว กรณีเกิดเหตุจนไม่สามารถพักอาศัยที่บ้านได้ สนใจซื้อประกันบ้าน ติดต่อได้ที่ ทีทีบี ทุกสาขา หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ttbbank.com/th/personal/insurance/detail/home-guard
สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นคุ้มครองบ้านในงบประมาณสบายกระเป๋า ขอแนะนำ ประกันภัย เบาใจภัยบ้าน 555
อีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความคุ้มครองให้บ้านด้วยเบี้ยประกันที่เข้าถึงง่าย โดยให้ความคุ้มครองทั้งตัวบ้านและทรัพย์สินภายในบ้านจากภัยธรรมชาติ ภัยจากน้ำท่วม หรือเหตุไม่คาดฝัน พร้อมค่าชดเชยที่พักอาศัยชั่วคราวกรณีเกิดเหตุจนไม่สามารถพักอาศัยที่บ้านได้ จาก ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นดูแลบ้านด้วยงบประมาณที่ไม่สูงด้วยเบี้ยประกันเพียง 555 บาท/ปี
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ttbbank.com/th/personal/insurance/detail/baojaipaiban555
หรือซื้อประกันได้ที่ แอป ทีทีบี ทัช (กรณีไม่มีแอป ทีทีบี ทัช ให้ทำการติดตั้งแอป และ ทำรายการตามขั้นตอนต่อไปนี้
- เข้าหน้าแรกแอป ttb touch
- เลือกเมนูรูปคนด้านล่าง (ลำดับที่ 3 ชื่อเมนูบริการ)
- เลือกเมนูประกัน >บ้านและทรัพย์สิน > ประกันภัยทีทีบี เบาใจภัยบ้าน 555)
หมายเหตุ
- ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด
- รับประกันวินาศภัยโดย บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) เงื่อนไขการรับประกันภัยเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด
- ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) เป็นเพียงนายหน้าประกันวินาศภัยและรับผิดชอบในฐานะนายหน้าเท่านั้น
บทสรุป
น้ำท่วมฉับพลันเป็นภัยธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและสร้างความเสียหายต่อบ้าน ทรัพย์สิน และความปลอดภัยของคนในครอบครัวได้ภายในเวลาอันสั้น การเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด การย้ายทรัพย์สินสำคัญขึ้นที่สูง การตรวจสอบระบบไฟฟ้า การเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการวางแผนรับมือร่วมกันภายในครอบครัว ล้วนเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายจากน้ำท่วมฉับพลัน
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเตรียมตัวอย่างรอบคอบแล้ว ความเสียหายจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็ยังอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ทั้งต่อตัวบ้าน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และทรัพย์สินภายในบ้าน ซึ่งมักตามมาด้วยภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการซ่อมแซมหรือฟื้นฟู
ดังนั้น นอกจากการวางแผนป้องกันและเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลันแล้ว การวางแผนความคุ้มครองบ้านล่วงหน้าด้วยประกันบ้านก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจและลดภาระทางการเงินได้เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน
